แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 45
1
bigbike ยามาฮ่า Yamaha R7 (Standard) ปี 2025
339,000 บาท

ยามาฮ่า Yamaha R7 (Standard) ปี 2025
Yamaha YZF-R7 คล่องตัว และหล่อเหลา มอบสมรรถนะสปอร์ตพร้อมความสนุกสนานในชีวิตประจำวัน ด้วยตัวถังที่เพรียวบางและกราฟิกสีน้ำเงิน Icon Blue เจเนอเรชันใหม่ R7 ถือเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูล R-Series ในตำนาน ด้วยเครื่องยนต์แรงบิดสูง 689 ซีซี และแชสซีขนาดกะทัดรัด R7 จึงเพิ่มมิติใหม่ให้กับประสบการณ์การขับขี่แบบ Supersport มี 2 สี ให้เลือก ได้แก่ ICON BLUE และ TECH BLACK

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์               Yamaha
   รุ่น                    ยามาฮ่า Yamaha R7 (Standard) ปี 2025
   ประเภทรถ           รถสปอร์ตขนาดกลาง, Sport Bike
   ปีที่เปิดตัว            2025
   ราคา                339,000 บาท

สเปค
   รูปแบบเกียร์           เกียร์ธรรมดา
   ระบบเกียร์            6 เกียร์
   รายละเอียดเครื่องยนต์        2 สูบ,4 จังหวะ,DOHC,4 วาล์ว
   ระบบระบายความร้อน          น้ำ
   ระบบสตาร์ท                 สตาร์ทไฟฟ้า (มือ)
   ขนาดเครื่องยนต์ (CC)      689 CC
   แบบเครื่องยนต์             4 จังหวะ
   ระบบจุดระเบิด               T.C.I.
   ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง    เบนซิน 91, แก๊สโซฮอล์ 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ 91, เบนซิน 95
   ระบบจ่ายน้ำมัน              หัวฉีด
   ความจุถังน้ำมัน (ลิตร)      13 ลิตร
   ระบบกันสะเทือน           ล้อหน้า เทเลสโคปิกแบบหัวกลับ, ล้อหลัง อลูมิเนียมสวิงอาร์มพร้อมโช้คอัพ
   ระบบเบรค                  ล้อหน้า ดิสก์เบรก (คู่ไฮดรอลิก 298 มม.), ล้อหลัง ดิสก์เบรก (เดี่ยวไฮโดรลิก 245 มม.)
   แบบวงล้อ                   แม็ก
   ขนาดยาง                    ล้อหน้า 120/70 Z R17M/C (58W) เเบบไม่มียางใน, ล้อหลัง 180/55 Z R17M/C (73W) เเบบไม่มียางใน
   ขนาด (ยาวxกว้างxสูง มม.)      2,070 x 705 x 1,160 ความสูงเบาะ 835
   น้ำหนักตัวรถ                        188.00 กก.

2
เผยเคล็ดลับ ดูแลช่องปากวัยซน ในช่วงการจัดฟันเด็ก

การดูแลช่องปากของเด็กในช่วงจัดฟันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดี ผู้ปกครองควรใส่ใจและให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ในการดูแลช่องปากของเด็กอย่างใกล้ชิด ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการดูแลช่องปากของเด็กในช่วงจัดฟัน:

1. การทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี:

แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ:
เด็กควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อ โดยใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟัน และยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ผู้ปกครองควรดูแลและสอนให้เด็กแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยเน้นการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ เครื่องมือจัดฟันอย่างทั่วถึง

ใช้ไหมขัดฟัน:
ไหมขัดฟันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่จัดฟัน เพื่อทำความสะอาดบริเวณซอกฟันและรอบๆ เครื่องมือจัดฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
ผู้ปกครองควรสอนและดูแลให้เด็กใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละครั้ง

ใช้น้ำยาบ้วนปาก:
น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย และป้องกันฟันผุ
ควรเลือกน้ำยาบ้วนปากที่อ่อนโยน และไม่ระคายเคืองต่อช่องปากของเด็ก


2. การเลือกอาหารที่เหมาะสม:

หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียว:
อาหารเหล่านี้อาจทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหาย เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง น้ำแข็ง ถั่วแข็ง เนื้อติดกระดูก

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีเข้ม:
อาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม อาจทำให้ยางจัดฟันเปลี่ยนสี

จำกัดอาหารที่มีน้ำตาลสูง:
อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ


3. การดูแลเครื่องมือจัดฟัน:

หลีกเลี่ยงการดึงหรือโยกเครื่องมือ:
สอนลูกให้หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลิ้นดึงหรือโยกเครื่องมือจัดฟัน

แจ้งทันตแพทย์เมื่อมีปัญหา:
หากเครื่องมือหลุดหรือเสียหาย ให้รีบแจ้งทันตแพทย์ทันที

ไปพบทันตแพทย์ตามนัด:
พาลูกไปพบทันตแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อปรับเครื่องมือและติดตามผลการรักษา


4. การให้กำลังใจและสนับสนุน:

สร้างความเข้าใจ:
อธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความสำคัญของการจัดฟัน และประโยชน์ที่จะได้รับ

ให้กำลังใจ:
ให้กำลังใจและสนับสนุนลูกในการรักษา เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกท้อแท้หรือเบื่อหน่าย

สร้างบรรยากาศที่ดี:
สร้างบรรยากาศที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล


5. การสังเกตอาการผิดปกติ:

สังเกตอาการปวด:
หากลูกมีอาการปวดฟันหรือเหงือกอย่างรุนแรง ให้รีบปรึกษาทันตแพทย์

สังเกตอาการบวมแดงหรือมีเลือดออก:
หากมีเลือดออกหรือบวมแดงบริเวณเหงือก ให้รีบปรึกษาทันตแพทย์

สังเกตเครื่องมือจัดฟัน:
สังเกตเครื่องมือจัดฟันว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หากมีส่วนใดหลุดหรือหัก ให้รีบปรึกษาทันตแพทย์

การดูแลอย่างใกล้ชิดและการให้ความร่วมมือกับทันตแพทย์ จะช่วยให้การจัดฟันของลูกน้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่ดี

3
ระยะเวลาการย่อย ของ อาหารปั่นผสม อาหารสายยางที่ให้ทางสายยาง !

อาหารปั่นผสม มีลักษณะเป็นของเหลว ซึ่งใช้ให้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ รวมไปถึงผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว โดยวิธีการให้คือ ใช้สายยางให้อาหาร ใส่เข้าไปในร่างกายของผู้ป่วย บางกรณีอาจจะใส่สายยางไปทางจมูก หรือ การเจาะบริเวณหน้าท้อง ซึ่งการเจาะบริเวณหน้าท้องเป็นการให้อาหารโดยส่งตรงไปถึงกระเพาะอาหารโดยตรง ซึ่งมีข้อดีคือสะดวกกว่า แต่มีข้อเสียเช่นกัน คืออาจจะทำให้ผู้ป่วยมีแผลจากการใส่สายยางให้อาหาร เพราะจะต้องมีการผ่าตัดเพื่อที่จะได้นำสายยางให้อาหารเข้าไปในร่างกายโดยตรง ซึ่งการให้อาหารปั่นผสม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาหารปั่นผสม จะมีรูปแบบเป็นของเหลว ซึ่งจะทำให้ย่อยง่ายกว่าอาหารธรรมดา

เนื่องจากมีความเหลวรวมไปถึงเป็นการให้อาหารทางสายยาง โดยส่งตรงไปยังกระเพาะอาหารโดยตรง ซึ่งทำให้การย่อยอาหารนั้ ย่อยง่ายและเร็วกว่าอาหารที่เรารับประทานกัน อย่างไรก็ตาม การให้อาหารผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ ผู้ดูแลควรแบ่งอาหารที่ให้ในแต่ละมื้อเพิ่มมากขึ้น อาจจะจาก สามมื้อต่อวัน เพิ่มเป็นสี่มื้อต่อวัน เพื่อที่จะได้เหมาะสมกับความต้องการและระบบย่อยอาหารของผู้ป่วยด้วย

การย่อยอาหาร เป็นการสลายโมเลกุลอาหารที่ไม่ละลายน้ำขนาดใหญ่เป็นโมเลกุลอาหารละลายน้ำขนาดเล็กเพื่อให้สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่เลือดได้ ในสิ่งมีชีวิตบางชนิด สสารขนาดเล็กกว่าเหล่านี้ถูกดูดซึมผ่านลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด การย่อยอาหารเป็นแคแทบอลิซึมรูปแบบหนึ่งซึ่งแบ่งวิธีการสลายอาหารออกได้เป็นสองวิธี คือ การย่อยอาหารเชิงกลและการย่อยอาหารเชิงเคมี คำว่า การย่อยอาหารเชิงกลหมายถึง การสลายเชิงกายภาพของชิ้นอาหารขนาดใหญ่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งทำให้เอ็นไซม์ย่อยอาหารเข้าถึงได้ต่อไป ในการย่อยอาหารเชิงเคมี เอ็นไซม์จะสลายอาหารเป็นโมเลกุลขนาดเล็กซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยที่ต้องรับอาหารทางสายยางก็จะมีระบบย่อยอาหารที่รวดเร็วกว่าคนที่รับประทานอาหารปกติ เพราะจะไม่ผ่านกระบวนการเคี้ยว กล่าวคือ อาหารที่รับเข้าไปจะไม่ผ่านทางปาก หลอดอาหาร แต่จะส่งตรงไปยังกระเพาะอาหารโดยตรง ซึ่งทำให้การย่อยอาหารใช้ระยะเวลาไม่นาน ซึ่งปกติแล้วทางเดินอาหารของมนุษย์มีการการย่อยอาหารแตกต่างกันไปในแต่ละคนและขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นอย่างลักษณะของอาหารและขนาดของมื้ออาหาร และกระบวนการย่อยอาหารปกติใช้เวลาระหว่าง 24 ถึง 72 ชั่วโมง

นอกจากนี้อาหารปั่นผสม ที่จะต้องให้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือไม่รู้สึกตัว จะต้องมีสารอาหารครบถ้วน ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง ซ่อมแซมสิ่งที่สึกหรอ ซึ่งเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ในผู้ป่วยที่โรคประจำตัว จะต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม อย่างเช่น การนำวัตถุดิบมาทำเป็นอาหารปั่นผสม จะต้องมีนักโภชนการเป็นผู้คิดค้นสูตรอาหารที่เหมาะสมกับโรคของผู้ป่วย

ซึ่งผู้ป่วยในแต่ละโรคนั้น มีการรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนกัน เพราะผู้ป่วยบางกลุ่มอาจจะไม่เหมาะกับวัตถุดิบบางอย่าง หรือเมื่อรับประทานไปแล้วอาจจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น นักโภชนาการจะต้องคอยควบคุมการผลิตของอาหารปั่นผสม เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับอาหารปั่นผสม ไม่เกิดอัตราย หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงความสะอาดและสดใหม่ของวัตถุดิบ ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าผู้ป่วยได้รับสารอาหารหรืออาหารที่ไม่สะอาด อาจจะทำให้กิดท้องเสีย หรืออาเจียนได้และอาจจะทำให้อาหการป่วยทรุดลงไปอีก

4
จัดฟันบางนา: หากผู้ที่จัดฟันแบบทั่วไป จะเปลี่ยนมาจัดฟันแบบใส ได้หรือไม่ ?

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพฟันและช่องปากกันเป็นจำนวนมาก เริ่มหันมาจัดฟันกันมากขึ้น แต่บางครั้งการจัดฟันแบบทั่วไปที่มีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากอาจจะไม่เหมาะกับบุคคลบางกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มวัยทำงานที่ต้องจัดฟันเพื่อความมั่นใจ แต่หากมีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากก็อาจจะไม่เหมาะสมกับคนบางอาชีพ

และผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแบบทั่วไป ที่มีความต้องการจะเปลี่ยนมาทำการจัดฟันแบบใสนั้น สามารถทำได้ โดยทางเรามีทีมทันตแพทย์ผุ้เชี่ยวชาญในการจัดฟัน และได้รับการรองรับจากสหรัฐอเมริกา โดยผู้ที่จะเข้ารับการรักษา อยากจะเปลี่ยนจากการจัดฟันแบบทั่วไป มาเป็นการจัดฟันแบบใส เรามีทันตแพทย์คอยให้คำปรึกษา และมีการบริการที่น่าประทับใจ

ซึ่งข้อแตกต่างของการจัดฟันแบบทั่วไปกับการจัดฟันแบบใสนั้น เห็นได้ชัดว่าการจัดฟันแบบใสจะมีความสะดวกสบายมากกว่าการจัดฟันแบบทั่วไปที่เหล็กจัดฟันติดตั้งอยู่ภายในช่องปาก ซึ่งการจัดฟันแบบใสนั้น จะมีเครื่องมืออยู่ภายในช่องปาก แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถถอดเครื่องมือออกได้ ในเวลาที่รับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น


การจัดฟันแบบใส โดยคลีนิค

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าการจัดฟันแบบนี้มีความสะดวกสบายแก่ผู้เข้ารับการรักษา เพราะในการจัดฟันแบบนี้ ทำให้มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน และสามารถถอดออกได้ในตอนที่รับประทานอาหารและในตอนแปรงฟัน ซึ่งมีความสะดวกสบายกว่าการจัดฟันแบบเดิมๆ ที่ต้องมีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากตลอดเวลา

การจัดฟันแบบใสที่ เรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งการจัดฟันแบบใสนี้ ทันตแพทย์ที่ทำการรักษาจะต้องได้รับการรองรับ และเครื่องมือจัดฟันจะต้องมีการสั่งทำพิเศษจากต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าที่คลีนิคเรามีมาตรฐานในการรักษาในระดับสากล

อย่างไรก็ตาม ในการจัดฟันแบบใสนี้ เรามีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษา ด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาวางแผนในการรักษา และสามารถแสดงผลเป็นรูปแบบของ 3D เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ดูพัฒนาการของการเคลื่อนตัวของฟันตามตำแหน่งที่ทันตแพทย์กำหนด รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการรักษาให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ทราบอีกด้วย

5
การเริ่มต้นขายของกินทำเป็นอาชีพเสริมได้ คำแนะนำในการสร้างรายได้ เสริมพิเศษเพื่อสนับสนุนการเงินของตนเอง

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากกำลังมองหาวิธีสร้างรายได้พิเศษเพื่อสนับสนุนการเงินของตนเอง ธุรกิจเสริมที่ได้รับความนิยมและเข้าถึงได้มากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการขายอาหาร ไม่ว่าจะเป็นของขบเคี้ยวทำเอง อาหารท้องถิ่นหรือสูตรอาหารที่ไม่เหมือนใคร การเริ่มต้นธุรกิจขายอาหารสามารถทำกำไรและเติมเต็มชีวิตได้

ข้อดีของการขายของกินเป็นอาชีพเสริม:
ความต้องการสูง: อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้มีความต้องการของตลาดสูง
ความยืดหยุ่น: คุณสามารถเลือกเวลาและสถานที่ขายได้ตามความสะดวก เช่น ตลาดนัด, ออนไลน์, หรือหน้าร้าน
เริ่มต้นง่าย: อาหารบางประเภทใช้ทุนไม่มาก และสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน
กำไรดี: หากเลือกเมนูที่ได้รับความนิยมและบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ก็สามารถสร้างกำไรได้งาม

เมนูยอดนิยมสำหรับขายเป็นอาชีพเสริม:
ลูกชิ้นทอด
หมูปิ้ง / ไก่ย่าง
แซนด์วิช
ขนมไทยต่างๆ
เครื่องดื่ม ชา กาแฟ
อาหารตามสั่งแบบง่ายๆ เช่น ข้าวเหนียวไก่ทอด

นี่คือแนวทางในการเริ่มต้นธุรกิจเสริมนี้
1. ค้นหาช่องทางของคุณ
ขั้นตอนแรกในการเริ่มธุรกิจขายอาหารคือการค้นหาช่องทางของคุณ ลองนึกถึงประเภทอาหารที่คุณชอบทำและสิ่งที่คุณเชื่อว่าคนอื่นจะชอบ คุณสามารถเน้นที่อาหารเฉพาะ ของว่างเพื่อสุขภาพ ของหวาน หรือแม้แต่ตอบสนองความต้องการด้านอาหาร เช่น อาหารมังสวิรัติหรืออาหารปลอดกลูเตน การระบุช่องทางของคุณจะช่วยให้คุณโดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขัน

2. สร้างแผนธุรกิจ
แม้ว่าจะเป็นธุรกิจเสริม แต่การมีแผนที่ชัดเจนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ลองพิจารณาสิ่งต่อไปนี้:
ตลาดเป้าหมาย:ลูกค้าของคุณคือใคร พวกเขาเป็นคนทำงาน นักเรียน หรือครอบครัวที่กำลังมองหาความสะดวกสบาย?
ต้นทุนการเริ่มต้น:คุณต้องใช้เงินทุนเท่าใดในการเริ่มต้น ซึ่งรวมถึงส่วนผสม บรรจุภัณฑ์ และใบอนุญาตที่จำเป็น
กลยุทธ์ด้านราคา:คุณจะคิดราคาอาหารเท่าไร? ศึกษาคู่แข่งในพื้นที่ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถเสนอราคาที่สามารถแข่งขันได้

3. เลือกแพลตฟอร์มการขายที่เหมาะสม
มีหลากหลายวิธีในการขายอาหาร ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์หรือออฟไลน์ คุณสามารถเริ่มต้นโดยการขายในตลาดท้องถิ่น งานแสดงอาหาร หรือขายตรงให้กับเพื่อนและครอบครัว แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram และแม้แต่แอปจัดส่งอาหาร เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการจัดแสดงอาหารของคุณและดึงดูดลูกค้า การสร้างตัวตนทางออนไลน์จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นและสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี

4. เน้นคุณภาพและการนำเสนอ
กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในธุรกิจอาหารคือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารของคุณสด มีรสชาติดี และทำอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจในการนำเสนอด้วยเช่นกัน เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ที่น่าดึงดูดใจสามารถทำให้อาหารของคุณน่าดึงดูดใจลูกค้าได้มากขึ้น พิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

5. การทำการตลาดธุรกิจอาหารของคุณ
การบอกต่อแบบปากต่อปากอาจทรงพลัง แต่การทำการตลาดธุรกิจเสริมของคุณถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโต ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อโพสต์ภาพอาหารของคุณ แบ่งปันความคิดเห็นของลูกค้า และโปรโมตข้อเสนอพิเศษ คุณยังสามารถเสนอตัวอย่างฟรีหรือส่วนลดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ลองร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นหรือบล็อกเกอร์เพื่อขยายการเข้าถึงของคุณ

6. ข้อพิจารณาทางกฎหมาย
ก่อนเริ่มต้นธุรกิจอาหารของคุณ ให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจกฎระเบียบในท้องถิ่นและได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตที่จำเป็น ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจสอบด้านสุขภาพและความปลอดภัย การจดทะเบียนธุรกิจ หรือการรับรองการจัดการอาหาร การปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

7. ค่อยๆ ขยายขนาดขึ้น
การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และการทดลองตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อคุณสร้างฐานลูกค้าและปรับปรุงสูตรอาหารของคุณแล้ว คุณสามารถค่อยๆ ขยายธุรกิจของคุณได้ ซึ่งอาจต้องจ้างคนช่วยเพิ่มเติม ขยายข้อเสนอผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือเพิ่มความพยายามทางการตลาดของคุณ

การขายอาหารเป็นธุรกิจเสริมเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างรายได้พิเศษในขณะที่ทำสิ่งที่คุณรัก ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ ความทุ่มเท และการเน้นที่คุณภาพ คุณสามารถเปลี่ยนความหลงใหลในการทำอาหารของคุณให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ โปรดจำไว้ว่าธุรกิจอาหารที่ประสบความสำเร็จทุกธุรกิจเริ่มต้นจากแนวคิดง่ายๆ ดังนั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และดูว่ามันจะพาคุณไปได้ไกลแค่ไหน


6
หมอออนไลน์: ไข้ฉี่หนู/เล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis)

เล็ปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้เป็นครั้งคราวในแทบทุกจังหวัด พบมากในคนที่มีอาชีพที่ต้องย่ำน้ำหรือแช่น้ำ เช่น ทำนา ทำสวน จับปลา เก็บขยะ ขุดท่อ เลี้ยงสัตว์ ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ทำเหมืองแร่ แม่บ้านที่เตรียมอาหารจากเนื้อสัตว์ นักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวป่า น้ำตก ทะเลสาบ ว่ายน้ำในแหล่งน้ำจืด เป็นต้น

พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2.5 เท่า ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 15-54 ปี

โรคนี้พบได้ประปรายตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีน้ำขัง หรือเกิดภาวะน้ำท่วม มีเชื้อโรคขังอยู่ในน้ำ เมื่อคนเดินลุยน้ำหรือลงแช่น้ำก็มีโอกาสได้รับเชื้อนี้ บางครั้งอาจพบมีการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีภาวะน้ำท่วม

ในระยะหลังๆ นี้ พบผู้ป่วยเป็นโรคนี้กันมากทางภาคอีสาน เนื่องจากมีหนูชุกชุมตามท้องนา และมักจะเป็นชนิดรุนแรง ชาวบ้านเรียกว่า ไข้ฉี่หนู


สาเหตุ

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่าเชื้อ เล็ปโตสไปร่า (leptospira) มีอยู่หลายพันธุ์ย่อย ซึ่งก่อให้เกิดอาการและความรุนแรงแตกต่างกันไป ขึ้นกับชนิดและปริมาณของเชื้อ

เชื้อนี้จะมีอยู่ในไตของสัตว์ ที่พบบ่อย คือ หนูท่อ หนูนา หนูพุก นอกจากนี้ยังพบในสุนัข สุกร แมว โค กระบือ แพะ แกะ

เชื้อที่ก่อโรครุนแรงมีชื่อว่า Leptospira icterohaemorrhagiae อาศัยอยู่ในหนูและสุนัข Leptospira bataviae อาศัยอยู่ในหนู สุนัข โค กระบือ

สัตว์เหล่านี้จะปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ เชื้อจะสามารถมีชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำหรือพื้นดินที่ชื้นแฉะได้นานหลายเดือน

คนเราจะรับเชื้อเข้าร่างกาย โดยผ่านเข้าทางบาดแผลถลอกหรือขีดข่วนตามผิวหนัง หรือเข้าทางเยื่อบุตา จมูกหรือช่องปากที่ปกติ วิธีติดเชื้อที่สำคัญ ได้แก่ การย่ำน้ำที่ท่วมขัง (เช่น ตามซอกซอยในเมือง) หรือพื้นดินที่ชื้นแฉะ (เช่น ตามท้องนา) และการแช่อยู่ในน้ำตามห้วยหนองคลองบึง เป็นเวลาเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป (เช่น จับปลา เก็บผัก เล่นน้ำ แข่งกีฬาทางน้ำ) นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อโดยการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อจากปัสสาวะหนู หรือสัมผัสถูกเลือด ปัสสาวะ หรือเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง

ระยะฟักตัว 2-26 วัน (ที่พบบ่อย คือ 7-14 วัน)


อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่แตกต่างตรงที่จะรู้สึกปวดมากตรงบริเวณน่อง หลัง และหน้าท้อง

บางรายอาจมีไข้ติดต่อกันหลายวันสลับกับระยะไข้ลด

บางรายอาจมีอาการตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เจ็บคอ ไอ เจ็บหน้าอก บางรายอาจมีอาการปวดตรงชายโครงขวา (ซึ่งอาจปวดรุนแรง จนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะปวดท้องเฉียบพลัน และผ่าตัดช่องท้องดู)

อาจมีอาการตาเหลืองเล็กน้อย หลังมีไข้ 4-7 วัน

ในรายที่เป็นรุนแรง (พบได้ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วย) หลังมีไข้ 4-9 วัน จะมีอาการตาเหลืองจัด ปัสสาวะเหลืองเข้ม ปัสสาวะออกน้อย บางรายอาจมีอาการเลือดกำเดาไหล มีจุดแดงจ้ำเขียวขึ้นตามตัว หรืออาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายเป็นเลือด บางรายอาจมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจหอบ หรือไอเป็นเลือด


ภาวะแทรกซ้อน

ที่สำคัญและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ได้แก่ ไตวาย ภาวะเลือดออก (ซึ่งเกิดจากการอักเสบของผนังหลอดเลือด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดออกในทางเดินอาหารและในปอด ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการดีซ่านร่วมด้วย

นอกจากนี้อาจพบภาวะตับวาย ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ ภาวะหัวใจห้องบนเต้นแผ่วระรัว หัวใจวาย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

บางรายหลังจากอาการทั่วไปหายดีแล้ว อาจมีอาการผิดปกติทางจิต เช่น โรคจิต (psychosis) กระสับกระส่าย พฤติกรรมผิดปกติเป็นเวลานานมากกว่า 6 เดือน


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส

เยื่อตาขาวมีลักษณะบวมแดง (conjunctival suffusion) ที่ตา 2 ข้าง ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดที่เยื่อบุตาขยายตัว มักเกิดขึ้นภายใน 3 วันแรกของโรค และเป็นอยู่นาน 1-7 วัน อาจพบร่วมกับภาวะเลือดออกใต้ตาขาว

เมื่อใช้มือบีบบริเวณกล้ามเนื้อน่อง จะมีอาการเจ็บปวดมาก

บางรายอาจตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต ม้ามโต ตาเหลืองเล็กน้อย หรือพบผื่นแดง ลมพิษตามผิวหนัง

บางรายอาจพบอาการคอแข็ง (หลังเป็นไข้ประมาณ 1 สัปดาห์)

การทดสอบทูร์นิเคต์อาจให้ผลบวก (ดูวิธีทดสอบใน โรคไข้เลือดออก ที่หัวข้อ "อาการ" เพิ่มเติม)

ในรายที่เป็นรุนแรง มักตรวจพบอาการตาเหลือง ตัวเหลืองจัด ตับโตและเจ็บ มีจุดแดงจ้ำเขียวหรือรอยห้อเลือดตามผิวหนัง อาการไตวายเฉียบพลัน

นอกจากนี้ ยังอาจตรวจพบภาวะซีด หายใจหอบเร็ว ภาวะหัวใจวาย ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ ความดันต่ำ

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจเลือด จะพบจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ บางรายอาจสูงถึง 50,000 ตัว/ลบ.มม. เกล็ดเลือดต่ำ นอกจากนี้ยังพบระดับของบียูเอ็น (BUN) ครีอะตินีน (creatinine) เอเอสที (AST) และเอแอลที (ALT) สูงกว่าปกติ

การตรวจปัสสาวะพบสารไข่ขาว เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว

ในรายที่ปวดศีรษะรุนแรง หรือสงสัยเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบแทรกซ้อน อาจต้องเจาะหลัง

อาจต้องทำการเพาะเชื้อจากเลือด ปัสสาวะ หรือน้ำไขสันหลัง

การทดสอบทางน้ำเหลือง ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น IgM-ELISA, microscopic agglutination test (MAT), macroscopic slide agglutination test (MSAT), latex agglutination test, lepto-dipstick test เป็นต้น มักพบสารภูมิต้านทานต่อเชื้อนี้ขึ้นสูง


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ในรายที่เป็นไม่รุนแรง ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน หรือดอกซีไซคลีน

2.  ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์จะรับตัวไว้ในโรงพยาบาล ให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด เช่น เพนิซิลลินจี ดอกซีไซคลีน หรือเซฟทริอะโซน (ceftriaxone) ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

นอกจากนี้จะให้การรักษาตามอาการที่พบ เช่น ให้ยาลดไข้ ให้น้ำเกลือถ้ามีภาวะขาดน้ำ ให้เลือดถ้ามีเลือดออก

ถ้ามีภาวะไตวาย อาจต้องทำการฟอกล้างของเสียหรือล้างไต (dialysis)

ผลการรักษา ขึ้นกับความรุนแรงโรคและสภาพของผู้ป่วย ถ้าไม่มีอาการดีซ่าน อาการมักจะไม่รุนแรง แต่ถ้ามีดีซ่านร่วมด้วย มักจะมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และมีอัตราตายถึงร้อยละ 15-20 ซึ่งมักเกิดจากภาวะไตวาย หรือช็อกจากการเสียเลือด ภาวะรุนแรงมักเกิดในผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีไข้สูงร่วมกับอาการหนาวสั่น หรือมีไข้ร่วมกับตาแดง ตาเหลือง ปวดศีรษะรุนแรง ปวดท้องมาก หรือปวดน่องมาก หรือมีไข้ในช่วงที่มีคนในละแวกใกล้เคียงเป็นไข้ฉี่หนู ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นไข้ฉี่หนู (เล็ปโตสไปโรซิส) ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด


ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ดูแลรักษาแล้วอาการไม่ทุเลาใน 2-3 วัน
    มีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนมาก ซึมมาก ไม่ค่อยรู้สึกตัว เพ้อคลั่ง หรือชัก
    หายใจหอบ เจ็บหน้าอกมาก หรือชีพจรเต้นผิดปกติ
    ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่ออกเลย
    มีเลือดออก เช่น ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ
    ตาเหลืองตัวเหลือง หน้าตาซีดเซียว หรือเบื่ออาหารมาก
    ขาดยา ยาหาย หรือกินยาไม่ได้
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินต่อที่บ้าน กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ


การป้องกัน

1. กำจัดหนู (ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ) ทั้งในนาข้าวและในที่อยู่อาศัย

2. รักษาความสะอาดบริเวณบ้านเรือน อย่าให้มีขยะและเศษอาหารตกค้าง อันจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหนู

3. ถ้ามีบาดแผล รอยถลอก ขีดข่วน ให้ปิดแผลและหลีกเลี่ยงการย่ำน้ำที่ท่วมขังหรือพื้นดินที่ชื้นแฉะ หรือลงแช่น้ำในห้วยหนองคลองบึง

4. ถ้าต้องเดินย่ำน้ำหรือพื้นดินที่ชื้นแฉะ (ตามตรอก ซอย คันนา ท้องนา ท้องไร่) ให้ใส่รองเท้าบู๊ตหรือรองเท้าหุ้มข้อ

5. อย่าลงแช่น้ำในห้วยหนองคลองบึงนานเกินครั้งละ 2 ชั่วโมง และเมื่อขึ้นจากน้ำควรฟอกสบู่และชำระด้วยน้ำสะอาด

6. เก็บหรือปกปิดอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด อย่าให้หนูปัสสาวะใส่

7. ดื่มน้ำต้มสุก และกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ด้วยความร้อน

8. หมั่นล้างมือภายหลังจับต้องเนื้อ ซากสัตว์ และสัตว์ทุกชนิด

9. ในกรณีที่ต้องเดินทางเข้าไปในแหล่งที่มีโรคนี้ชุกชุมในช่วงเวลาสั้น ๆ (เช่น การตั้งค่ายของกองทหาร นักเรียน นักศึกษา) และไม่สามารถใช้วิธีป้องกันอย่างอื่น ๆ ได้ ควรกินยาดอกซีไซคลีนป้องกันล่วงหน้า ครั้งละ 200 มก. ตั้งแต่ในวันแรกที่เข้าไป ต่อมากินทุกต้นสัปดาห์ และวันหยุดสุดท้ายก่อนกลับ


ข้อแนะนำ

1. อาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว นอกจากนึกถึงสาเหตุจากไข้หวัดใหญ่ ไทฟอยด์ สครับไทฟัส กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน มาลาเรีย ไข้เลือดออก ถุงน้ำดีอักเสบ และท่อน้ำดีอักเสบแล้ว จะต้องนึกถึงไข้ฉี่หนูหรือโรคเล็ปโตสไปโรซิสไว้ด้วยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพบมีอาการตาแดงหรือดีซ่านร่วมด้วย ในผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นที่มีโรคนี้ชุกชุม

2. โรคนี้ส่วนใหญ่ (กว่าร้อยละ 90) จะมีอาการไม่รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่มีอาการดีซ่านร่วมด้วย จนบางครั้งมักจะวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อไวรัส ดังนั้นเมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อไวรัส ควรตรวจโดยการบีบน่องผู้ป่วย ถ้ารู้สึกเจ็บน่องมาก ควรสงสัยว่าอาจเป็นไข้ฉี่หนูหรือเล็ปโตสไปโรซิส ควรสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด และไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว การรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้ภายใน 10-14 วัน

ส่วนรายที่เป็นรุนแรง (พบได้ร้อยละ 10) มักจะมีอาการตาเหลืองจัด บางครั้งทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นตับอักเสบจากไวรัส ข้อแตกต่าง คือ ตับอักเสบจากไวรัสมักจะไม่มีไข้เมื่อมีอาการดีซ่าน ในขณะที่เล็ปโตสไปโรซิสจะมีไข้สูงขณะที่มีอาการดีซ่าน และมักจะมีอาการอื่น ๆ เช่น ไตวาย (ปัสสาวะออกน้อย) เลือดกำเดาไหล หรือมีจุดแดงจ้ำเขียวร่วมด้วย

หากสงสัยควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็มักจะหายได้ภายใน 2-3 สัปดาห์

7
บ้านติดรถไฟฟ้า นันทวัน พูลวิลล่า พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (NANTAWAN Pool Villa Rama 9 - New Krungthepkreetha)
เริ่มต้น 100 ลบ.

นันทวัน พูลวิลล่า พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (NANTAWAN Pool Villa Rama 9 - New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว 2 ชั้นพร้อมสระว่ายน้ำแบบ Pool Villa โครงการใหม่ที่สวยสง่างามและให้ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์จากแรงบันดาลใจของสถาปัตยกรรมอันหรูหรา ให้ทุกมุมมองสัมผัสสระว่ายน้ำกลางคฤหาสน์ เอกสิทธิ์เพียง 30 ครอบครัว

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                  นันทวัน พูลวิลล่า พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (NANTAWAN Pool Villa Rama 9 - New Krungthepkreetha)
 เจ้าของโครงการ             แลนด์แอนด์เฮ้าส์
 แบรนด์ย่อย                  นันทวัน
 ราคา                          เริ่มต้น 100 ลบ.

 ประเภทบ้าน                 บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล                บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ              34 ไร่ 2 งาน 28 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน                 30 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน                  ตั้งแต่ 220 ตร.ว.
 พื้นที่ใช้สอย                 ตั้งแต่ 656 ตร.ม.
 จำนวนชั้น                   2 ชั้น
 หน้ากว้าง                   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค              สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ (สระว่ายน้ำส่วนตัวของบ้าน), รปภ., CCTV, อื่นๆ (เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ ANPR Camera Access, Motion Detector ระบบป้องกันการบุกรุก, Heat Detector ระบบเตือนในห้องครัวไทย, ระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ)

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน             รามคำแหง, บางกะปิ, เสรีไท
 ที่ตั้ง            แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าAirport Rail Link, สถานี(สถานีปัจจุบัน)(หัวหมาก)
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, สถานี(ตลิ่งชัน - สุวินทวงศ์)(ไม่ระบุ)
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, สถานี(ลาดพร้าว - สำโรง)(ไม่ระบุ)
ใกล้ทางด่วน (มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี, ทางด่วนกาญจนาภิเษก)
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนรามคำแหง, ถนนวงแหวนรอบนอก, ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า, ถนนกรุงเทพกรีฑา, ถนนศรีนครินทร์)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ศูนย์การค้า/ไลฟ์สไตล์
1.Little Walk กรุงเทพกรีฑา
2.The Park
3.Market Place
4.The Mall บางกะปิ
5.BigC รามคำแหง
6.The Paseo Town
7.Home Pro รามคำแหง
8.The Mall รามคำแหง
9. The Nine พระราม 9

สถานศึกษา
1.Ascot Int. School
2.Brighton College
3.ABAC
4.Ramkhumhaeng Advent Int. School

โรงพยาบาล
1.โรงพยาบาลเกษมราษร์ รามคำแหง
2.โรงพยาบาลรามคำแหง
3.โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

8
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


9
ปล่อยรถไมล์น้อย HONDA CR-V 1.5 ES AWD 2023 ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

ฮอนด้า Honda CR-V ES 4WD ปี 2023
HONDA CR-V ES 4WD สปอร์ตพรีเมียม เจเนอเรชันที่ 6 กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ Piano Black และกระจังหน้าสีดำ Piano Black ตกแต่งด้วยโครเมียม (เฉพาะรุ่น E) กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับไฟฟ้าพร้อมพับเก็บอัตโนมัติ ไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED เปิดมุมมองใหม่ที่พรีเมียมยิ่งขึ้นกับหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-Free Power Tailgate with Walk Away Close) เสาอากาศครีบฉลาม ปลอกท่อไอเสียสเตนเลสคู่ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Direct Injection DOHC VTEC TURBO 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Direct Injection และ Turbocharger กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) และมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 14.3 กม./ลิตร* (รุ่น E) และรองรับน้ำมัน E85

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินแคนยอนริเวอร์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD และ e:HEV ES สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น e:HEV RS 4WD สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีดำคริสตัล (มุก)

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 7 ก.พ. - 31 มี.ค. 2568
ซื้อวันนี้รับบัตรเติมน้ำมันฟรี มูลค่า 1,000 บาท

ราคาพิเศษ 1,268,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์              Honda
   รุ่น                   ฮอนด้า Honda CR-V ES 4WD ปี 2023
   ประเภทรถ          รถอเนกประสงค์ SUV, รถไฮบริด
   ปีที่เปิดตัว          2023


10
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


11
จัดฟันบางนา: ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังจากการครอบฟัน ?

การครอบฟัน ถือได้ว่าเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการครอบฟันนี้เป็นการทำให้ฟันที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงให้กลับมามีสภาพที่แข็งแรงอีกครั้งด้วยวัสดุอุปกรณ์ทางทันตกรรม โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ครอบฟันแบบถาวร และ ครอบฟันแบบชั่วคราว โดยทั้ง 2 รูปแบบจะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ต่างกันออกไปตามความเหมาะสมในการใช้งาน

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จัก และเข้าใจถึงปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการครอบฟัน ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถรู้จักวิธีแก้ไข และไม่ตื่นเต้นจนเกินไป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เหตุใดการครอบฟันจึงมีความจำเป็น ?

– สิ่งแรกเลยที่ทุกคนทราบคุณประโยชน์ของการครอบฟันก็คือ เพื่อป้องกันฟันที่มีสภาพอ่อนแอไม่ให้แตกหักหรือว่าถูกทำลายได้ง่าย

– ฟันผุที่มีขนาดใหญ่จะทำให้ฟันนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก ต่อให้เมื่อทำการอุดฟันแล้วฟันยังมีสภาพๆไม่แน่นอน บางท่านจึงใช้วิธีทำการครอบฟันอีกชั้นเพื่อรักษาฟันซี่นั้นให้มีสภาพแข็งแรง

– เพื่อทำการยึดสะพานฟัน ไม่ให้ฟันซี่ที่มีปัญหาโยกคลอนหลุดออกได้

– ส่วนหนึ่งมักนิยมทำการครอบฟันเพื่อปกปิดฟันบางซี่ที่มีสภาพไม่สวยงามให้ดูดีและคงทนแข็งแรง

– ใช้ครอบรากฟันเทียมที่มีสภาพอ่อนแอ


วิธีการดูแลหลังการครอบฟัน ?

ต้องขอบอกเลยว่าการครอบฟันนั้น ไม่ได้ช่วยให้ฟันของท่านแข็งแรงกว่าปกติแต่อย่างใด ฟันของท่านยังสามารถที่จะมีปัญหา เหงือกของท่านก็สามารถที่จะมีปัญหาได้เช่นกัน เพราะเหตุนี้เอง ต่อให้ท่านทำการครอบฟันมาแล้ว ท่านก็ยังคงต้องดูแลช่องปากให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย โดยการแปรงฟันให้ถูกต้องวันละ 2 ครั้ง เช้า (ตื่นนอน) เย็น (ก่อนนอน) เป็นอย่างน้อย และหลังจากการแปรงฟันก่อนนอนให้พยายามทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอีกครั้ง เพื่อให้เศษอาหารที่เรารับประทานทั้งวันที่ติดตามซอกต่างๆของฟันที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ให้ออกมาไม่เกิดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆ

ซึ่งโดยปกติแล้วการครอบฟันนั้นจะมีอายุการใช้งานนานประมาณ 15 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ที่ทำการครอบฟันด้วย หากดูแลรักษาเป็นอย่างดีก็จะสามารถอยู่ได้เต็มอายุการใช้งาน แต่หากว่าท่านมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพฟัน แปรงฟันไม่ถูกวิธี ดูแลไม่สม่ำเสมอ รวมถึงชอบรับประทานของแข็ง เช่น ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง หรือ ใช่ฟันเปิดผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ เป็นต้น ก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานลดน้อยลงตามวิธีการดูแลรักษานั่นเอง


การครอบฟันทำให้เกิดปัญหาใดได้บ้าง ?

– ช่องปากมีความรู้สึกแปลกๆ มีอาการเสียวฟัน

หลังจากที่ได้ทำการครอบฟันมาใหม่ๆ ทุกท่านจะเริ่มมีอาการเสียวฟันตามมาในระยะแรก เนื่องจากว่าฟันที่ทำการครอบมานั้นจะมีความรู้สึกที่ไวกว่าปกติ ยิ่งถ้าหากว่าฟันที่ครอบมายังคงมีประสาทฟันอยู่ก็อาจจะทำให้รู้สึกถึงความร้อนและความเย็นได้ วิธีแก้ไขก็คือการใช้ยาสีฟันสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน

– ที่ครอบฟันหลวม

ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับที่ครอบฟันหลวมนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากในบางครั้งสิ่งที่ใช้ยึดเกาะที่ครอบฟันกับฟันถูกชะล้างออก ทำให้เกิดช่องว่าง ซึ่งช่องว่างนี้เองที่จะทำให้เศษอาหารหรือเชื้อโรคต่างๆเข้าไปสะสมได้ง่ายและทำความสะอาดได้ยากมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วิธีแก้ไขง่ายๆก็คือเข้าปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

– ที่ครอบฟันแตก

หากว่าทำการครอบฟันโดยใช้พอร์สเลน มีโอกาสมากในการเกิดแตกร้าว แต่ก็สามารถซ่อมแซมได้ด้วยคอมโพสิตเรซิ่น แต่ถ้าหากว่ามีการแตกมากเกิดแก้ไข ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการครอบฟันใหม่ทั้งหมด

– มีอาการแพ้

ต้องขอบอกว่าวัสดุที่ใช้ในการครอบฟันนั้นส่วนใหญ่มีส่วนผสมของโลหะ ซึ่งมีโอกาสสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วจากการสำรวจพบว่า มีผู้ที่เกิดอาการแพ้มีจำนวนที่น้อยมากที่เข้ามาพบทันตแพทย์

12
ปล่อยรถป้ายแดง Mitsubishi All New Triton Athlete 4WD ไมล์น้อย โปรฟรีดาวน์

มิตซูบิชิ Mitsubishi Triton Athlete 4WD AT ปี 2023
MITSUBISHI TRITON Athlete 4WD AT ตัวถังดีไซน์ใหม่!เมกาเฟรม (Mega Frame) ใหญ่ขึ้น และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เครื่องยนต์ใหม่ ไฮเปอร์เพาเวอร์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร เทอร์โบแปรผัน VG Turbo ช่วงล่างใหม่ ความปลอดภัยขั้นสุด Diamond Sense เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA) เตือนด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert: RCTA) กล้องมองรอบคัน 360 องศา ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM) ตรวจจับคนเดินถนน

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 30 เม.ย. 2568
ส่วนลด 150,000 สามารถนำมาเป็นเงินดาวน์เพื่อทำโปรฟรีดาวน์ได้

ราคาพิเศษ 1,148,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                Mitsubishi
   รุ่น                     มิตซูบิชิ Mitsubishi Triton Athlete 4WD AT ปี 2023
   ประเภทรถ            รถกระบะ 4 ประตู
   ปีที่เปิดตัว             2023


13
เลือกประเภทและติดตั้ง ท้อลมร้อนอย่างถูกต้องเหมาะสม

การเลือกประเภทและติดตั้งท่อลมร้อนอย่างถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ระบบระบายอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ต่อไปนี้คือขั้นตอนและข้อควรพิจารณาในการเลือกและติดตั้งท่อลมร้อน:

1. การประเมินความต้องการ:

กำหนดวัตถุประสงค์: ระบุวัตถุประสงค์ของการใช้งานท่อลมร้อน เช่น ระบายอากาศร้อนจากห้องครัว ห้องน้ำ หรือโรงงานอุตสาหกรรม
คำนวณปริมาณลม: คำนวณปริมาณลมที่ต้องการระบาย เพื่อเลือกขนาดท่อลมที่เหมาะสม
พิจารณาสภาพแวดล้อม: พิจารณาสภาพแวดล้อมที่ท่อลมจะถูกติดตั้ง เช่น อุณหภูมิ ความชื้น สารเคมี


2. การเลือกประเภทของท่อลม:

ท่อลมโลหะ: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น งานระบายควัน งานเชื่อมโลหะ
ท่อลมผ้าใบ: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและเคลื่อนย้ายง่าย เช่น งานดูดฝุ่น งานระบายอากาศเฉพาะจุด
ท่อลมไฟเบอร์กลาส: เหมาะสำหรับงานระบายอากาศที่มีสารเคมีเจือปน
ท่อลมอลูมิเนียม: เหมาะกับระบบดูดควันและระบายอากาศถาวร


3. การเลือกขนาดและรูปแบบของท่อลม:

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง: เลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับปริมาณลมที่ต้องการระบาย
รูปแบบท่อ:
ท่อลมแบบแข็ง (Rigid Duct) เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความทนทานและไหลเวียนอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง
ท่อลมแบบยืดหยุ่น (Flexible Duct) เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัดที่ต้องการการติดตั้งง่าย


4. การเลือกวัสดุของท่อลม:

เลือกวัสดุที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมในการใช้งาน เช่น อุณหภูมิ ความชื้น สารเคมี
วัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่ เหล็กกล้าสังกะสี สแตนเลส อะลูมิเนียม และผ้าใบเคลือบ PVC


5. การติดตั้ง:

วางแผนเส้นทาง: วางแผนเส้นทางการเดินท่อลมให้เหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียแรงดันและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศ
ติดตั้งให้แน่นหนา: ติดตั้งท่อลมให้แน่นหนา เพื่อป้องกันการรั่วไหลของอากาศและลดการสั่นสะเทือน
ติดตั้งฉนวนกันความร้อน: หากจำเป็น ให้ติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนท่อลม เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน
ติดตั้งอุปกรณ์เสริม: ติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น วาล์ว ตัวปรับแรงดัน และตัวกรอง เพื่อควบคุมการไหลของอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ


6. การบำรุงรักษา:

ทำความสะอาด: ทำความสะอาดท่อลมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก
ตรวจสอบรอยรั่ว: ตรวจสอบรอยรั่วของท่อลมเป็นประจำ และซ่อมแซมทันทีที่พบ
ตรวจสอบสภาพ: ตรวจสอบสภาพของท่อลมเป็นประจำ หากพบว่าท่อลมชำรุดหรือเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่


ข้อควรระวัง:

ควรติดตั้งท่อลมโดยช่างผู้ชำนาญ
ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบระบายอากาศเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

การเลือกประเภทและติดตั้งท่อลมร้อนอย่างถูกต้องเหมาะสมจะช่วยให้ระบบระบายอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่เกิดจากความร้อนและสารเคมี และช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาว

14
หมอออนไลน์: โปลิโอ (Poliomyelitis)

โปลิโอ (Poliomyelitis) เป็นโรคติดต่อที่สามารถทำให้เกิดอาการร้ายแรง สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งอาจไปทำลายระบบประสาทจนส่งผลให้ผู้ติดเชื้อมีภาวะอัมพาต หายใจลำบาก หรือถึงแก่ความตายได้ โดยส่วนใหญ่เชื้อโปลิโอจะแพร่กระจายจากคนไปสู่คนผ่านการรับเชื้อที่ถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระเข้าสู่ทางปาก

ประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยโรคโปลิโอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 แต่เด็กทุกคนยังคงต้องได้รับวัคซีนป้องกันโปลิโอ เนื่องจากโปลิโออาจทำให้เป็นอัมพาต หรือร้ายแรงถึงชีวิต และปัจจุบันประเทศไทยยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคจากต่างประเทศ ทั้งจากเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติ และเชื้อโปลิโอสายพันธุ์วัคซีนกลายพันธุ์

สาเหตุของโรคโปลิโอ

โรคโปลิโอเกิดจากไวรัสโปลิโอเชื้อสายพันธุ์ธรรมชาติ (Wild-type Poliovirus: WPV) มี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 1, 2 และ 3 ที่จะอาศัยอยู่แต่ภายในร่างกายของมนุษย์เท่านั้น โดยไวรัสชนิดนี้ติดออกมากับอุจจาระของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโปลิโอ การสัมผัสกับผู้ป่วยโรคนี้โดยตรง หรือเมื่อไอ จาม และแพร่กระจายผ่านการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนมาในอาหารหรือน้ำที่รับประทานเข้าไป

ไวรัสโปลิโอจะเดินทางเข้าไปภายในปาก ผ่านลำคอ ลำไส้ แล้วจึงเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น หรือในบางกรณียังสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังระบบประสาทในที่สุด โดยสามารถแพร่กระจายจากผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนเริ่มแสดงอาการไปจนถึงหลายสัปดาห์ถัดไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการใด ๆ ปรากฏเลยก็ยัง
สามารถเป็นพาหะแพร่เชื้อโปลิโอได้

นอกจากนี้ มีเชื้อโปลิโอสายพันธุ์วัคซีนกลายพันธุ์ (VDPVs) ซึ่งสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้เหมือนสายพันธุ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโปลิโอ ซึ่งยังพบในหลายประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับประเทศไทย เช่น เมียนมา มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ การให้วัคซีนจึงเป็นวิธีช่วยป้องกันโรคโปลิโอที่มีประสิทธิภาพ แม้ในประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคนี้แล้วก็ตาม

โปลิโอพบบ่อยในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี แต่ก็อาจพบได้ในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโปลิโอ และมีภาวะต่อไปนี้

    หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะมีความไวต่อการได้รับเชื้อโปลิโอ
    เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโปลิโอหรือเพิ่งเกิดการระบาดของโรคเมื่อไม่นานมานี้
    เป็นผู้ดูแลหรืออาศัยอยู่กับผู้ติดเชื้อโรคโปลิโอ
    ทำงานในห้องปฏิบัติการที่สัมผัสใกล้ชิดกับเชื้อไวรัส
    ผู้ที่ผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกไป
    มีความเครียดมากเกิน หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักหลังมีการสัมผัสกับไวรัส ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง

อาการโรคโปลิโอ

ผู้ติดเชื้อไวรัสโปลิโอประมาณ 70–95% มักไม่มีอาการใด ๆ แต่ผู้ป่วยที่มีอาการสามารถแบ่งกลุ่มตามอาการที่ปรากฏได้ดังนี้

1. กลุ่มไม่แสดงอาการหรือมีอาการคล้ายโรคหวัด (Abortive Polio)

ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะแสดงอาการเล็กน้อยคล้ายอาการหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยบางคนอาจเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 3–7 วัน และอาจมีอาการอยู่เพียง 2–3 วัน โดยร่างกายสามารถต่อสู้และกำจัดเชื้อออกไป เช่น

    มีไข้
    ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
    เจ็บคอ
    ปวดท้อง เบื่ออาหาร
    คลื่นไส้ อาเจียน

2. กลุ่มอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Nonparalytic Polio)

ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายโรคหวัด ร่วมกับอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส โดยอาจมีอาการประมาณ 3–21 วัน โดยนอกจากมีอาการคล้ายไข้หวัด อาจแสดงอาการต่อไปนี้

    คอแข็ง
    รู้สึกชาหรือปวดแปลบเหมือนมีเข็มทิ่มที่แขนและขา
    กล้ามเนื้ออ่อนแรง
    ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
    ไวต่อแสง


3. กลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Paralytic Polio)

การติดเชื้อโปลิโอชนิดนี้พบได้น้อย โดยสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทขึ้นอยู่กับส่วนของร่างกายที่ได้รับผลกระทบ เช่น โปลิโอไขสันหลัง (Spinal Polio) โปลิโอก้านสมองส่วนท้าย (Bulbar Polio) หรือชนิดที่เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างโปลิโอไขสันหลังและก้านสมองส่วนท้าย (Bulbospinal Polio)

อาการเบื้องต้นของโรคโปลิโอในกลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมักปรากฏในลักษณะคล้ายโปลิโอกลุ่มเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงเริ่มแสดงอาการรุนแรงกว่า ดังนี้

    สูญเสียการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ
    กล้ามเนื้อหดเกร็งหรือเจ็บปวดอย่างรุนแรง
    กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงแบบปวกเปียก บางครั้งมีอาการแย่ลงเพียงข้างใดข้างหนึ่ง
    ภาวะอัมพาตเฉียบพลันที่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือถาวร
    บางคนอาจมีปัญหาด้านการหายใจ การพูด และการกลืนอาหาร

ทั้งนี้ อาการของโรคในผู้ป่วยกลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมักไม่พัฒนาเป็นภาวะอัมพาตอย่างถาวร แต่กรณีที่ไวรัสจะเข้าจู่โจมกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ช่วยในการหายใจ อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ซึ่งส่วนใหญ่พบในเด็กหรือผู้ที่เป็นโปลิโอก้านสมองส่วนท้าย


4. อาการหลังเกิดโรคโปลิโอ (Post-polio Syndrome)

อาการกลุ่มนี้เป็นอาการที่อาจกลับมาเกิดขึ้นกับผู้ที่เคยติดเชื้อโปลิโอไปแล้วหลายสิบปี บางคนอาจเพิ่งมีอาการนี้หลังจากเวลาผ่านไปนานถึง 30–40 ปี โดยอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น

    กล้ามเนื้อหรือข้อต่ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
    กล้ามเนื้อหดตัวหรือลีบลง
    อ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าหลังการทำกิจกรรมเล็กน้อย
    มีปัญหาในการกลืนหรือหายใจ
    ความผิดปกติของการหายใจที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
    อดทนต่ออากาศหนาวได้น้อยลง

อาการโรคโปลิโอที่ควรไปพบแพทย์

เนื่องจากอาการโปลิโออาจคล้ายไข้หวัดใหญ่ จึงทำให้สังเกตได้ยาก หากพบว่าอาการไข้หวัดไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่น ๆ  ที่บ่งชี้โรคโปลิโอร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย ส่วนผู้ที่เคยเป็นโรคโปลิโอมาก่อน หากกลับมามีอาการโปลิโอซ้ำ หรือมีอาการผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ควรไปพบแพทย์เช่นกัน


การวินิจฉัยโรคโปลิโอ

แพทย์จะวินิจฉัยโรคโปลิโอด้วยการสอบถามอาการ และตรวจร่างกายเบื้องต้นว่ามีอาการคอแข็งหรือไม่ มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนหรือหายใจหรือไม่ ตรวจดูปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย และภาวะอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการตรวจหาเชื้อไวรัสโปลิโอด้วยการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากลำคอ อุจจาระ หรือน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยตัวอย่างสารคัดหลั่งในลำคอจะตรวจหาเชื้อเจอเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกที่มีอาการเท่านั้น ส่วนการเจาะน้ำไขสันหลังจะช่วยตัดสาเหตุของโรคระบบประสาทอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป


การรักษาโรคโปลิโอ

ปัจจุบันโรคโปลิโอยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แพทย์สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยตามอาการ เร่งการฟื้นตัวและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น

อาการหลังการรักษาโรคโปลิโอจะดีขึ้นมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายที่ร่างกายได้รับจากการติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการเพียงเล็กน้อยอาจมีผลการรักษาที่ดี แต่กรณีที่เกิดปัญหาระยะยาวจากการติดเชื้อโปลิโอ ผู้ป่วยอาจต้องรับการรักษาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีรักษาโรคโปลิโอ มีดังนี้

    ให้ผู้ป่วยนอนพักผ่อน
    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
    ประคบร้อน และใช้ยา เช่น ไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการปวด
    ออกกำลังกายเบา ๆ และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อสูญเสียการทำงานและผิดรูปร่างไป และแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
    ใช้อุปกรณ์ เช่น เฝือก หรืออุปกรณ์ช่วยพยุงแขนขาที่อ่อนแรง
    บางรายที่มีปัญหาด้านการหายใจ อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อนของโรคโปลิโอ

โรคโปลิโออาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้

    ภาวะอัมพาตถาวร
    อาการเจ็บปวดเรื้อรัง
    กล้ามเนื้อหดสั้น (Muscle Shortening) ซึ่งอาจทำให้ข้อต่อและกระดูกผิดรูป
    เกิดกลุ่มอาการหลังเกิดโปลิโอ


การป้องกันโรคโปลิโอ

การป้องกันโปลิโอแบ่งเป็น 2 วิธี คือ

การฉีดวัคซีน

โรคโปลิโอป้องกันได้ด้วยการรับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีทั้งชนิดหยอด (Oral Polio Vaccine: OPV) และชนิดฉีด (Inactivated Poliomyelitis Vaccine (IPV) ซึ่งเดิมประเทศไทยใช้วัคซีนแบบหยอดชนิด 3 สายพันธ์ุ (tOPV)

แต่ในปี พ.ศ. 2559 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศยกเลิกใช้วัคซีนโปลิโอแบบหยอดชนิด 3 สายพันธ์ุ เนื่องจากในวัคซีนนี้มีไวรัสโปลิโอชนิดหนึ่งที่มักพบว่ามีการกลายพันธุ์ จึงเปลี่ยนมาใช้วัคซีนชนิดฉีด (IPV) จำนวน 1 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน ร่วมกับรับวัคซีนหยอดชนิด 2 สายพันธ์ุ (bOPV) จำนวน 5 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปีตามลำดับ

อย่างไรก็ดี แม้ประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยโปลิโอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่เชื้อโปลิโอจะแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศได้ ในปี พ.ศ. 2566 กระทรวงสาธารณสุขจึงเริ่มนำร่องการให้วัคซีนชนิดฉีด IPV เป็น 2 เข็ม เพื่อรองรับการระบาดของโปลิโอจากสายพันธุ์วัคซีนกลายพันธุ์ โดยแนะนำให้เด็กฉีดวัคซีนสูตร 2 IPV + 3 OPV ดังนี้

    ให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดฉีด (IPV) จำนวน 2 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 2 เดือน และ 4 เดือน
    ให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอชนิดรับประทาน (OPV) จำนวน 3 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี

นอกจากนี้ ควรรับวัคซีนกระตุ้นเมื่อต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่กระจายของโรค รวมถึงในกรณีที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ


การรักษาสุขอนามัย

นอกจากการฉีดวัคซีน การป้องกันและยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยรักษาสุขอนามัย เช่น

    ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกฮอล์ล้างมือก่อนรับประทานอาหารเป็นประจำ และล้างมือหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
    รับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ถูกสุขลักษณะ และดื่มน้ำสะอาด
    หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

15
บริการทำความสะอาด: หลักในการทำความสะอาดบ้านให้น่าอยู่

บ้านเป็นสถานที่ให้สมาชิกในครอบครัวได้อยู่อาศัยพักผ่อนนอนหลับ ให้ความปลอดภัย ความสบายกายและความสบายใจแก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว บ้านแต่ละหลังมีรูปแบบการสร้างที่แตกต่างกันด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ลักษณะของบ้านจะเป็นเช่นไร สมาชิกในบ้านก็สามารถทำให้บ้านน่าอยู่ น่าอาศัยได้ ด้วยการเอาใจใส่ดูแลรักษาทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการทำความสะอาด บ้านให้มีสภาพเรียบร้อย จนเป็นที่สะดุดตาก็สามารถดึงดูดความสนใจให้สมาชิกในครอบครัวไดอยู่อาศัยอย่างมีความสุขมากกว่าบ้านที่ขาดการรักษาความสะอาด


หลักในการทำความสะอาดบ้านให้น่าอยู่

   
การทำความสะอาด

ความสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ การทำความสะอาด ปัดกวาด เช็ดถูเป็นประจำ ทำให้เครื่องเรือนเครื่องใช้ปราศจากความสกปรกแม้แต่บริเวณบ้าน รั้ว สนาม ทางเดินเข้าบ้านสะอาด ร่มรื่น ปราศจากขยะมูลฝอยต่าง ๆ


การสร้างความสะดวกสบาย

จัดแบ่งพื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดการใช้สอยที่เป็นสัดส่วน เดินไปมาสะดวกและมีแสงแดดส่องถึง ระบายอากาศได้ดี มีการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกไว้อย่างเหมาะสม สะดวกในการหยิบใช้และการทำกิจกรรมต่าง ๆ


การตกแต่งให้สวยงาม

นอกจากการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เหมาะสมดังที่กล่าวในข้อที่ผ่านมา การจัดตกแต่งให้เป็นระเบียบ ไม่เกะกะ การจัดวางสิ่งของให้เกิดความสมดุล การใช้สี การตกแต่งผ้าม่าน เพื่อให้ดูสบายตาก็สามารถทำให้บ้านสวยงามน่าอยู่ยิ่งขึ้น


การจัดบ้านให้เกิดความปลอดภัย

การจัดบ้านให้มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น มีลูกกรงที่ระเบียงกันพลัดตกบันไดให้แข็งแรง เก็บยา สารเคมีให้พ้นจากมือเด็ก ทำความสะอาดบ้าน บริเวณบ้านให้ปราศจากตะไคร่จับทำให้ลื่นในขณะทำกิจกรรม ปลูกบ้านห่างไกลจากสิ่งปฏิกูลและแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือมีวิธีการป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม ถ้าหากไม่สามารถหลีกเลี้ยงได้

   
การวางแผนใช้ทรัพยากรในการทำความสะอาด

ทรัพยากรในการทำความสะอาดที่มีอยู่ภายในบ้าน ควรคำนึงถึงการวางแผนการทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกบ้าน มีดังนี้

    เวลาที่จะใช้ในการทำความสะอาด
    แรงงานที่จะใช้ในการทำความสะอาด
    วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือที่จะใช้ในการทำความสะอาด

การทำความสะอาดทั้งภายในบ้านและบริเวณภายนอกตัวบ้าน จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อผู้ทำความสะอาดได้วางแผนการทำงานอย่างรอบคอบและรัดกุมลงมือทำงาน ตามแผนที่วางไว้ ตรวจสอบการทำงานและประเมินผลการทำงานในทุกๆงานที่ได้ทำไป ว่าได้ผลตามที่ต้องการหรือไม่ เพื่อจะได้พิจารณาปรับปรุงทั้งการวางแผนการทำความสะอาดและวิธีการทำงานในคราวต่อไป การวางแผนในการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวกับการทำความสะอาดคือการใช้เวลาแรงงานและวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยลดความสูญเสียทรัพยากรทั้งสามประการที่ไม่จำเป็นลงได้

   
การเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำความสะอาดบ้าน

อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้ในการทำความสะอาดบ้าน ทั้งภายในตัวบ้านและบริเวณภายนอกตัวบ้านนั้น สามารถแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

    อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการปัดกวาด ได้แก่ ไม้กวาดดอกหญ้า , ไม้กวาดหยากไย่ , ไม้กวาดขนไก่ , เครื่องดูดฝุ่น , ไม้กวาดก้านมะพร้าว , ที่โกยขยะ เป็นต้นฯ
    อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการเช็ด ขัดและถู ได้แก่ ไม้ถูกพื้น , แปรง , ผ้าขี้ริ้ว เป็นต้นฯ


หน้า: [1] 2 3 ... 45