ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อความกังวลในเรื่องความสูงของลูก ทำให้พ่อแม่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ  (อ่าน 4 ครั้ง)

todayismybd

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
  • รับโปรโมทเว็บ ราคาประหยัด
    • ดูรายละเอียด



ในยุคปัจจุบันที่การเจริญเติบโตและบุคลิกภาพที่ดีของเด็กเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องสติปัญญา หลายครอบครัวมักจะคอยสังเกตพัฒนาการทางร่างกายของลูกอย่างใกล้ชิด และหนึ่งในประเด็นยอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่มากที่สุดก็คือ “เรื่องความสูง” ลองจินตนาการถึงวันที่คุณไปร่วมงานกิจกรรมที่โรงเรียนของลูก แล้วสังเกตเห็นว่าลูกชายหรือลูกสาวของเรายืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน แต่กลับมีส่วนสูงที่ดู "ตัวเล็ก" กว่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างเห็นได้ชัด หรือการที่เสื้อผ้าไซส์เดิมของลูกสามารถใส่ซ้ำได้เป็นปี ๆ โดยที่ขาไม่ลอยและแขนเสื้อไม่สั้นขึ้นเลย ความรู้สึกกังวลใจและคำถามมากมายมักจะพรั่งพรูเข้ามาในหัวทันทีว่า “ลูกเราเตี้ยไปไหม” “เราเลี้ยงลูกขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือเปล่า?” และเมื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในบ้านเริ่มไม่ได้ผล การจูงมือลูกไปปรึกษา “ผู้เชี่ยวชาญ” จึงกลายเป็นทางออกที่สำคัญ ความกังวลของพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นสัญชาตญาณความรักที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก การพา ลูกไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านความสูงตั้งแต่เนิ่น ๆ (ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) จะช่วยตัดความกังวลที่ไม่จำเป็นออกไป และทำให้เราได้แนวทางการดูแลลูกอย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์

ความสูงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือบุคลิกภาพภายนอกเท่านั้น แต่ในมุมมองทางการแพทย์ หรือหมอเพิ่มความสูง ส่วนสูงและอัตราการเจริญเติบโตของเด็กเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญถึงสุขภาพโดยรวม สมดุลของฮอร์โมน และภาวะโภชนาการ การที่เด็กเติบโตช้ากว่าเกณฑ์อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเริ่มแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก่อน เช่น พยายามให้ลูกดื่มนมมากขึ้น ขุนให้กินอาหารห้าหมู่ พาไปเล่นกีฬาโลดโผน หรือแม้กระทั่งการหาซื้ออาหารเสริมเพิ่มความสูงที่โฆษณาตามสื่อโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน ผลลัพธ์กลับยังนิ่งสนิท ความกังวลใจนี้เองที่ส่งสัญญาณว่า "ถึงเวลาแล้วที่ต้องพึ่งพาแพทย์เฉพาะทาง" กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อเด็ก มักแนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกมาปรึกษา หากพบสัญญาณเตือน  เมื่อเทียบกับการเจริญเติบโตตามสมุดบันทึกสุขภาพแล้ว ส่วนสูงของลูกตกเกณฑ์เส้นเปอร์เซ็นไทล์ที่ 3 (Percentile 3) หรือต่ำกว่า ในช่วงอายุ 4-10 ปี เด็กควรมีความสูงเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4–5 เซนติเมตรต่อปี หากลูกโตช้ากว่านี้ ถือว่าผิดปกติ เตี้ยกว่าเพื่อนร่วมวัยชัดเจน ลูกเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดในห้องเรียนมาโดยตลอดหลายปี เด็กที่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไป (เช่น เด็กหญิงมีเต้านมขึ้นก่อน 8 ขวบ หรือเด็กชายมีเสียงแตกหนุ่มก่อน 9 ขวบ) ในช่วงแรกอาจจะดูตัวสูงใหญ่กว่าเพื่อน ๆ แต่กระดูกจะปิดเร็วขึ้น ทำให้หยุดเจริญเติบโตก่อนวัยอันควร และส่งผลให้ความสูงตอนเป็นผู้ใหญ่ลดลง การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อเด็ก ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติส่วนสูงของพ่อแม่ (เพื่อคำนวณความสูงตามพันธุกรรม หรือ Target Height) ประวัติการเจ็บป่วย และพฤติกรรมการนอนและการกิน จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายและประเมินอย่างเป็นระบบ